สร้างระบบตรวจจับความเสียหายแบบเรียลไทม์ด้วยกล้อง Line-Scan + AI (แนวทางนำไปใช้ได้หลายอุตสาหกรรม)

TL;DR

  • เหมาะกับการตรวจจับสิ่งที่เคลื่อนที่ เช่น ฟิล์ม กระดาษ สิ่งทอ ลวด ท่อ แผ่นเหล็ก ฯลฯ
  • เริ่มจากกำหนด: ระยะการมองเห็น (FOV), ขนาดตำหนิที่เล็กที่สุด, ความเร็วของสายพาน, ระยะทำงาน (WD)
  • เลือกเลนส์ให้ระยะทำงานและมุมมองครอบคลุมชิ้นงาน
  • ใช้ Encoder เพื่อล็อคอัตราส่วนพิกเซลให้เที่ยงตรง
  • Pipeline: กล้อง → ดึงภาพ → แบ่ง Tile → ปรับแต่ง → ตรวจจับ (CV/ML) → แจ้งเตือน/แสดงผล/เก็บข้อมูล
  • เริ่มที่ f-number ≈ f/5.6 เพื่อบาลานซ์ความลึกของภาพและความสว่าง


กรณีการใช้งานที่เหมาะสม

  • วัสดุที่เคลื่อนที่ต่อเนื่อง: ฟิล์ม แผ่นกระดาษ พลาสติก
  • ชิ้นงานยาว: ลวด สายไฟ ท่อ
  • พื้นที่เฉพาะ: รอยเย็บ ขอบ ชิ้นงานต่อเนื่อง
    Line-scan camera เหมาะเมื่อคุณต้องการคุณภาพภาพสูงในแนวกว้างและต่อเนื่องในแนวยาว

วิธีเลือกเลนส์แบบเข้าใจง่าย

ใช้สูตรโดยประมาณ:

\text{Focal Length} \approx \frac{\text{Sensor Width} \times \text{Working Distance}}{\text{FOV}}
  • ใช้เลนส์ที่รองรับ C-mount และมี image circle ≥ sensor
  • ค่า f-number เริ่มที่ f/5.6, ปรับเป็น f/8 ถ้าชิ้นงานไม่เรียบ หรือเปิดเป็น f/4 ถ้าแสงน้อย
  • ตำหนิเล็กที่สุดควรมีอย่างน้อย 3–5 พิกเซล ในแต่ละมิติ

Encoder มีไว้ทำไม?

  • ช่วยให้ภาพมีอัตราส่วนพิกเซลคงที่ (ไม่ยืด ไม่หด)
  • ตรวจจับตำแหนิได้แม่นยำเป็นมิลลิเมตร
  • ระบบ AI ทำงานแม่นขึ้น เพราะไม่มีการบิดเบือนภาพ

ตัวอย่าง: ถ้าระบบกล้องของคุณให้ความละเอียด 0.15 mm/line ⇒ ต้องการ encoder ที่ให้ \~6.67 pulses/mm
เลือก encoder ที่กำหนดค่า PPR ได้ (เช่น Baumer หรือ SICK)


การจัดแสง (Lighting)

  • แสงทะลุ (backlight): ตรวจรู รอยขาด
  • แสงสว่างกระจาย (diffuse): ตรวจคราบ สี จุด
  • แสงเฉียงหรือ dark-field: ตรวจรอยขีด เส้นนูน
  • แนะนำให้ใช้ polarizer ตัดแสงสะท้อน และทำ flat-field correction

สถาปัตยกรรมระบบ (Mermaid.js)

flowchart TD
  A["Moving product/web"] --> B["Backlight / Top light"]
  B --> C["Line-scan camera"]
  D["Rotary encoder on roller"] -->|"A/B pulses"| C
  C --> E["NIC / Frame grabber"]
  E --> F["Acquisition service"]
  F --> G["Tile builder\n(256–512 lines + overlap)"]
  G --> H["Preprocess\n(flat-field, denoise, contrast)"]
  H --> I["Detection"]
  I --> J["Classical CV"]
  I --> K["ML model (ONNX/TensorRT)"]
  J --> L["Decision"]
  K --> L
  L --> M["PLC / Marker / Alarms"]
  L --> N["UI dashboard"]
  L --> O["Logs / Database"]

ซอฟต์แวร์ Workflow

  1. ดึงภาพจากกล้องตามสัญญาณ encoder
  2. สร้าง tile (รวม 256–512 lines ต่อชุด)
  3. Flat-field correction + ปรับ contrast/denoise
  4. วิเคราะห์ด้วย Computer Vision หรือ AI model (ONNX → TensorRT)
  5. ส่งผล: แจ้งเตือน PLC, แสดง UI, เก็บในฐานข้อมูล

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กล้อง line-scan ความละเอียดสูง
  • เลนส์ C-mount ที่ครอบคลุมความกว้างชิ้นงาน
  • แสงสว่างตามประเภทตำหนิ
  • Encoder RS-422 (ติดที่ roller หรือใช้ measuring wheel)
  • คอมพิวเตอร์ + GPU (หากใช้ AI)
  • สาย LAN GigE, การ์ด frame grabber หรือ NIC ความเร็วสูง
  • ระบบ PLC หรือ interface แจ้งเตือน

สรุปค่าแนะนำ

สิ่งที่กำหนด ค่าแนะนำ
ขนาดตำหนิ ≥ 3–5 พิกเซล
ค่า f-number เริ่มที่ f/5.6
ความเร็ว belt คำนวณเป็น lines/sec = belt_mm/s ÷ mm/line
exposure time ≈ 30% ของ mm/line ÷ belt speed
Encoder RS-422, โปรแกรมค่า PPR ได้ หรือใช้ camera divider

ใช้ได้กับงานอะไรบ้าง?

  • ตรวจคุณภาพสายไฟ / ท่อ / ลวด
  • ตรวจแผ่นเหล็กหรือฟิล์ม
  • ตรวจวัสดุสิ่งทอ แผ่นกระดาษ
  • ตรวจแนวซีล บรรจุภัณฑ์ ฉลาก
  • ตรวจขอบแผ่น PCB หรือกระจก

Get in Touch with us

Chat with Us on LINE

iiitum1984

Speak to Us or Whatsapp

(+66) 83001 0222

Related Posts

Our Products