Interface-Oriented Design: รากฐานของ Clean Architecture
บทนำ
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของซอฟต์แวร์ยุคใหม่ คือการออกแบบระบบให้ยืดหยุ่น ดูแลง่าย และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
Clean Architecture เป็นแนวทางยอดนิยมที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้
แต่เบื้องหลังความสำเร็จของ Clean Architecture ก็คือหลักคิดสำคัญที่เรียกว่า
Interface-Oriented Design (IOD)
Interface-Oriented Design คืออะไร?
- IOD คือ การออกแบบระบบโดยให้แต่ละส่วนสื่อสารกันผ่าน “interface” หรือ “สัญญา” (contract) แทนที่จะขึ้นกับ implementation จริง
- ทุก dependency ที่ business logic ต้องการ จะถูกกำหนดเป็น interface ก่อนเสมอ
- Implementation ต่าง ๆ (เช่น ฐานข้อมูล, ระบบอีเมล, Payment Gateway) จะมา “เสียบ” ที่ interface เหล่านี้ทีหลัง
- ผลลัพธ์คือระบบที่เปลี่ยนส่วนย่อยได้ง่าย และทดสอบได้สะดวก
Clean Architecture คืออะไร?
Clean Architecture (โดย Robert C. Martin หรือ Uncle Bob) แบ่งระบบออกเป็นชั้น (layers) ชัดเจน:
- Core Layer: กติกาทางธุรกิจล้วน ๆ (business rules) ไม่มีการผูกกับเทคโนโลยี
- Interface Layer: กำหนดขอบเขตและสัญญา (contract) เช่น Repository, Gateway
- Infrastructure Layer: Implementation จริง (เช่น MySQL, Stripe, REST API) ที่มา implement interface จาก layer กลาง
กฎสำคัญ:
Dependency ทุกตัวต้องชี้เข้าใน (inward dependencies)
Layer นอกสุดจะขึ้นกับ Layer ในสุดเท่านั้น ไม่ใช่ในทางกลับกัน
ทำไม IOD คือ DNA ของ Clean Architecture
Clean Architecture จะบังคับให้ business logic “ไม่ผูก” กับรายละเอียดภายนอก เช่น Framework, Database
แต่จะทำได้จริงก็ต่อเมื่อเรา “ใช้ interface” เป็นตัวกลาง
ถ้าไม่ใช้ IOD ระบบจะถูกผูกกับ implementation โดยตรง และเสียข้อดีของ Clean Architecture ไป
แผนภาพ Mermaid.js: ความสัมพันธ์ของ IOD กับ Clean Architecture
flowchart TD
subgraph OuterLayer [Framework/Infrastructure Layer]
A["Web Controller"]
B["Database Adapter"]
C["Payment Adapter"]
end
subgraph Interfaces
D["OrderRepository (interface)"]
E["PaymentGateway (interface)"]
end
subgraph Core [Business Logic / Use Case]
F["OrderService"]
G["PaymentService"]
end
A --> D
B --> D
C --> E
F --> D
G --> E
คำอธิบายแผนภาพ:
- OuterLayer: ตัวอย่างเช่น Web Controller, Adapter ของฐานข้อมูล หรือ Payment
- Interfaces Layer: คือข้อตกลงหรือ interface ต่าง ๆ (เช่น OrderRepository, PaymentGateway)
- Core Layer: กติกาทางธุรกิจ เช่น การสั่งซื้อ การจ่ายเงิน ซึ่งจะขึ้นกับ interface เท่านั้น ไม่รู้จักหรือขึ้นกับ implementation จริง
ตัวอย่างที่นำไปใช้จริง
เช่น หากคุณต้องการบันทึกออเดอร์และจ่ายเงินใน core logic
# ใน core/business logic
class OrderRepository(ABC):
@abstractmethod
def save(self, order): ...
class PaymentGateway(ABC):
@abstractmethod
def pay(self, amount): ...
class OrderService:
def __init__(self, order_repo: OrderRepository, payment_gateway: PaymentGateway):
self.order_repo = order_repo
self.payment_gateway = payment_gateway
def place_order(self, order, payment_amount):
self.order_repo.save(order)
self.payment_gateway.pay(payment_amount)
ส่วน implementation จะอยู่ layer นอก
class MySQLOrderRepository(OrderRepository):
def save(self, order):
# รายละเอียดการบันทึกออเดอร์
class StripeGateway(PaymentGateway):
def pay(self, amount):
# รายละเอียดการชำระเงิน
- คุณสามารถเปลี่ยนไปใช้ MongoDB, PostgreSQL, หรือ gateway ใหม่ได้โดยไม่แตะต้อง business logic
- ทดสอบ business logic ได้ง่ายมากด้วย mock/fake implementation
สรุปประโยชน์
- ยืดหยุ่น: เปลี่ยนเทคโนโลยีได้โดยไม่กระทบแกนหลัก
- ทดสอบง่าย: Mock dependency ได้อย่างสบาย
- ดูแลง่าย: ไม่ผูกกับ framework หรือเทคโนโลยีเฉพาะ
สรุปท้ายบท
Interface-Oriented Design คือเทคนิคหลักที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Clean Architecture
ถ้าเริ่มจากการวาง interface ให้ชัดในทุกขอบเขต ระบบของคุณจะคลีน ทดสอบง่าย และรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง
Get in Touch with us
Related Posts
- Agentic Commerce: อนาคตของระบบการสั่งซื้ออัตโนมัติ (คู่มือฉบับสมบูรณ์ ปี 2026)
- วิธีสร้าง Automated Decision Logic ใน SOC ยุคใหม่ (ด้วย Shuffle + SOC Integrator)
- ทำไมเราจึงออกแบบ SOC Integrator แทนการเชื่อมต่อเครื่องมือแบบตรง ๆ (Tool-to-Tool)
- การพัฒนาระบบสถานีชาร์จ EV ด้วย OCPP 1.6 คู่มือสาธิตการใช้งานจริง: Dashboard, API และสถานีชาร์จ EV
- การเปลี่ยนแปลงทักษะของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (2026)
- Retro Tech Revival: จากความคลาสสิกสู่ไอเดียผลิตภัณฑ์ที่สร้างได้จริง
- OffGridOps — ระบบงานภาคสนามแบบออฟไลน์ สำหรับโลกการทำงานจริง
- SmartFarm Lite — แอปบันทึกฟาร์มแบบออฟไลน์ ใช้งานง่าย อยู่ในกระเป๋าคุณ
- การประเมินทิศทางราคาช่วงสั้นด้วย Heuristics และ News Sentiment (Python)
- Rust vs Python: เลือกภาษาให้เหมาะกับระบบในยุค AI และระบบขนาดใหญ่
- ซอฟต์แวร์ช่วยเกษตรกรจันทบุรีฟื้นอำนาจการกำหนดราคาผลไม้อย่างไร
- AI ช่วยค้นหาโอกาสทางการเงินได้อย่างไร
- วิธีใช้งานโมเดล ONNX ใน React Native และ Mobile App Framework อื่น ๆ
- อัลกอริทึมตรวจจับโรคใบพืชทำงานอย่างไร: จากกล้องสู่การตัดสินใจ
- Smart Farming Lite: เกษตรดิจิทัลที่ใช้งานได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งพาเซนเซอร์
- ทำไม MES แบบสั่งพัฒนาจึงตอบโจทย์โรงงานไทยมากกว่า MES สำเร็จรูป
- เมื่อ AI เข้ามาแทนที่การค้นหา: นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญจะอยู่รอดอย่างไร
- วิธีคาดการณ์ราคาโลหะสำหรับธุรกิจรีไซเคิล
- Smart Farming ทุเรียนแบบต้นทุนต่ำ (ประเทศไทย)
- ใครย้ายชีสของฉันไป?













