ISA-95 vs RAMI 4.0: โรงงานไทยควรใช้แบบไหน (และทำไมควรใช้ทั้งสอง)

เมื่อโรงงานในประเทศไทยเริ่มทำ Digital Transformation คำถามที่มักถูกถามเสมอคือ

เราควรออกแบบระบบโรงงานโดยใช้ ISA-95 หรือ RAMI 4.0 ดี?

คำตอบสั้น ๆ คือ: คำถามนี้ถามผิดตั้งแต่ต้น

ISA-95 และ RAMI 4.0 ไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นกรอบแนวคิดที่แก้ปัญหา คนละระดับ และคนละมุมมอง และสถาปัตยกรรมโรงงานที่แข็งแรงในระยะยาว มักจะใช้ ทั้งสองร่วมกัน

บทความนี้เหมาะสำหรับ:

  • เจ้าของโรงงาน / ผู้บริหารโรงงาน
  • ทีม IT / Automation / Digital Factory
  • โรงงาน SME ไทยที่กำลังเริ่ม MES หรือ Smart Factory


ISA-95 คืออะไร (ในมุมที่โรงงานไทยควรเข้าใจ)

ISA-95 (มาตรฐานสากล IEC 62264) คือ มาตรฐานการเชื่อมระบบแนวตั้งของโรงงาน

พูดแบบไม่วิชาการ:

ISA-95 คือกติกาว่า ใครควรทำอะไร และไม่ควรทำอะไร ระหว่าง ERP, MES และระบบหน้างาน

ISA-95 กำหนด:

  • ขอบเขตชัดเจนระหว่าง ระบบธุรกิจ กับ ระบบโรงงาน
  • ภาษากลางของข้อมูลการผลิต
  • ระดับการตัดสินใจในแต่ละช่วงเวลา

ระดับของ ISA-95 (เข้าใจง่ายสำหรับโรงงานจริง)

ระดับ หน้าที่ ตัวอย่าง
Level 4 วางแผนธุรกิจ ERP, Accounting
Level 3 ควบคุมการผลิต MES / MOM
Level 2 ควบคุมหน้างาน SCADA
Level 1–0 เครื่องจักรจริง PLC, Sensor

หัวใจสำคัญของ ISA-95

ERP วางแผน
MES คุมการทำงานจริง
SCADA คุมเครื่องจักร

ถ้า ERP ไปสั่ง PLC โดยตรง หรือ SCADA ไปแก้ Order เอง → ระบบจะพังในระยะยาว


RAMI 4.0 คืออะไร (และทำไมโรงงานเริ่มได้ยินคำนี้บ่อย)

RAMI 4.0 (Reference Architecture Model Industrie 4.0) เป็น โมเดลอ้างอิง ที่มาจากแนวคิด Industry 4.0 ของเยอรมนี

RAMI 4.0 ไม่ได้บอกว่า “ใครสั่งใคร” แต่ตอบคำถามว่า:

เครื่องจักร ชิ้นงาน และข้อมูล ควรถูกอธิบายเชิงดิจิทัลอย่างไรตลอดอายุการใช้งาน

RAMI 4.0 ใช้โครงสร้างแบบ ลูกบาศก์ 3 มิติ ประกอบด้วย:

  1. ลำดับชั้นของโรงงาน
  2. วงจรชีวิต (ออกแบบ → ใช้งาน → เลิกใช้)
  3. ชั้นข้อมูล (Asset → Information → Business)

เหมาะกับ:

  • Digital Twin
  • Smart Machine
  • OEM หลายยี่ห้อ
  • โรงงานที่ต้องการขยายในอนาคต

เปรียบเทียบ ISA-95 กับ RAMI 4.0 แบบตรงไปตรงมา

มุมมอง ISA-95 RAMI 4.0
เป้าหมาย ความเป็นระเบียบของระบบ ความฉลาดของระบบ
รูปแบบ พีระมิด ลูกบาศก์ 3 มิติ
เน้น การปฏิบัติงานจริง ตัวตนดิจิทัลของ Asset
เหมาะกับ MES / ERP Integration Smart Factory / Digital Twin
ความเสี่ยงถ้าใช้ผิด ระบบปั่นป่วน Over-engineering

จำง่าย ๆ

  • ISA-95 = ใครมีสิทธิ์ทำอะไร
  • RAMI 4.0 = สิ่งนี้คืออะไรในโลกดิจิทัล

ทำไมโรงงานไทยไม่ควรใช้ ISA-95 อย่างเดียว

ISA-95 เกิดก่อนยุค:

  • AI
  • Digital Twin
  • Smart Sensor

ถ้าใช้ ISA-95 อย่างเดียว:

  • เครื่องจักรยังไม่ "ฉลาด"
  • ข้อมูลเชิงความหมายยังไม่ชัด
  • ขยายระบบในอนาคตลำบาก

และทำไมใช้ RAMI 4.0 อย่างเดียวอันตราย

RAMI 4.0 ไม่ได้บังคับขอบเขตความรับผิดชอบ

ถ้าไม่มี ISA-95:

  • ERP อาจสั่งเครื่องจักรตรง
  • Vendor ขายระบบแพงเกินจำเป็น
  • ระบบดูหรู แต่ดูแลยาก

โรงงานไทยจำนวนมากล้มเหลวตรงจุดนี้


วิธีที่เหมาะกับโรงงานไทย: ใช้ทั้งสองร่วมกัน

ใช้ ISA-95 เพื่อ

  • แบ่งหน้าที่ ERP / MES / SCADA ให้ชัด
  • ลดความซับซ้อน
  • คุมงบประมาณ

ใช้ RAMI 4.0 เพื่อ

  • สร้าง Digital Twin
  • รองรับ Smart Machine ในอนาคต
  • เชื่อม OEM หลายเจ้า

ISA-95 ให้ “วินัย”
RAMI 4.0 ให้ “ความฉลาด”


ตัวอย่างจริง: สายการผลิตในโรงงานไทย

  • ERP: วางแผนยอดผลิตและต้นทุน
  • MES: คุม Order, Downtime, Scrap
  • SCADA: คุมเครื่องจักร
  • RAMI 4.0: สร้าง Digital Twin ให้เครื่อง

ผลลัพธ์:

  • ระบบเสถียร
  • ขยายง่าย
  • พร้อม AI ในอนาคต

โรงงานไทยควรเริ่มจากอะไร

ถ้าเป็น SME หรือโรงงานเริ่มต้น

  1. เริ่ม ISA-95 ให้ถูกก่อน
  2. ทำ MES แบบพอดี
  3. ค่อยเสริม RAMI 4.0

อย่ากระโดดไป Smart Factory โดยไม่มีโครงสร้าง


สรุป

ISA-95 คือ กระดูกสันหลังของระบบโรงงาน
RAMI 4.0 คือ ระบบประสาทของโรงงานยุคใหม่

โรงงานที่ยั่งยืนต้องมีทั้งสองอย่าง


ต้องการคำปรึกษา?

ถ้าคุณ:

  • เป็นโรงงานไทยที่กำลังทำ MES
  • อยากเชื่อม ERP กับหน้างานอย่างถูกต้อง
  • อยากเริ่ม Smart Factory แบบไม่บานปลาย

การเริ่มจากสถาปัตยกรรมที่ถูกต้อง สำคัญกว่าการซื้อเทคโนโลยีแพง ๆ


Get in Touch with us

Chat with Us on LINE

iiitum1984

Speak to Us or Whatsapp

(+66) 83001 0222

Related Posts

Our Products