สถาปัตยกรรมอ้างอิงสำหรับระบบดิจิทัลระดับจังหวัด / เทศบาล

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น จังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กำลังเผชิญความท้าทายด้านดิจิทัลที่แตกต่างจากหน่วยงานส่วนกลางอย่างชัดเจน ระบบต้องรองรับการใช้งานในระยะยาว 10–20 ปี เชื่อมต่อกับระบบส่วนกลาง เปลี่ยนผู้รับจ้างได้ และยังคงทำงานได้ภายใต้งบประมาณและกฎระเบียบที่จำกัด

บทความนี้นำเสนอ สถาปัตยกรรมอ้างอิง (Reference Architecture) สำหรับระบบดิจิทัลระดับจังหวัดและเทศบาล โดยไม่ยึดติดกับผลิตภัณฑ์หรือผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง แต่เน้นที่ โครงสร้าง การบูรณาการ และความยั่งยืนของระบบ ซึ่งเป็นหัวใจของ GovTech ที่ใช้งานได้จริง


เหตุใดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงต้องใช้สถาปัตยกรรมที่แตกต่าง (บริบทประเทศไทย)

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยดำเนินงานภายใต้ข้อจำกัดเฉพาะ เช่น

  • ต้องพึ่งพา แพลตฟอร์มส่วนกลางของรัฐ (เช่น ทะเบียนราษฎร, GFMIS, ThaiD, ระบบชำระเงินกลาง)
  • มีบุคลากรด้าน IT จำกัด
  • กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเน้นความถูกต้องตามระเบียบมากกว่าความยืดหยุ่น
  • ระบบเดิมจำนวนมากถูกพัฒนาโดยผู้รับจ้างหลายรายในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
  • ความคาดหวังจากประชาชนสูง แต่ขอบเขตอำนาจในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายมีจำกัด

ความเสี่ยงที่แท้จริงจึงไม่ใช่การขาดแอปพลิเคชันใหม่ แต่คือ ระบบที่ไม่สามารถเชื่อมต่อ ขยาย หรือส่งต่อให้ผู้รับจ้างรายใหม่ได้

สถาปัตยกรรมที่เหมาะสมสำหรับบริบทไทยจึงต้องให้ความสำคัญกับ การบูรณาการ บริการส่วนกลาง และการดูแลรักษาในระยะยาว มากกว่าการพัฒนาระบบแบบแยกส่วน


หลักการออกแบบสถาปัตยกรรม (สำหรับประเทศไทย)

  1. เชื่อมต่อกับระบบส่วนกลางก่อน – ระบบท้องถิ่นต้องทำงานร่วมกับระบบระดับชาติได้
  2. ใช้บริการส่วนกลางร่วมกัน – ลดการพัฒนาซ้ำและต้นทุนระยะยาว
  3. กำหนดขอบเขตระบบชัดเจน – รองรับการเปลี่ยนผู้รับจ้างในอนาคต
  4. คิดแบบ API-first – ลดการเชื่อมต่อด้วยไฟล์หรือกระบวนการ manual
  5. ตรวจสอบได้ตั้งแต่การออกแบบ – รองรับการตรวจสอบจาก สตง. และหน่วยงานกำกับ
  6. ไม่ผูกติดผู้ขายรายเดียว – ระบบต้องอยู่ได้แม้เปลี่ยนผู้พัฒนา

ภาพรวมสถาปัตยกรรมระดับสูง

สถาปัตยกรรมระบบดิจิทัลระดับจังหวัดหรือเทศบาลสามารถแบ่งออกเป็น 6 ชั้นหลัก ได้แก่

  1. ช่องทางผู้ใช้งาน (Channels)
  2. ระบบงานหลักของภาครัฐ (Core Domains)
  3. บริการแพลตฟอร์มส่วนกลาง (Shared Services)
  4. ชั้นบูรณาการระบบ (Integration Layer)
  5. ชั้นข้อมูลและการวิเคราะห์ (Data & Analytics)
  6. ความมั่นคงปลอดภัย การกำกับดูแล และการปฏิบัติการ (Cross-cutting)
flowchart TB
  C1["ช่องทางประชาชน\nเว็บ / มือถือ / คีออส / แชตบอท"] --> G1["API Gateway\nยืนยันตัวตน ควบคุมการใช้งาน"]
  S1["ช่องทางเจ้าหน้าที่\nระบบหลังบ้าน / ภาคสนาม"] --> G1

  subgraph P["บริการแพลตฟอร์มส่วนกลาง"]
    I1["ระบบยืนยันตัวตน (SSO/MFA)"]
    W1["ระบบเวิร์กโฟลว์และงานคดี"]
    D1["ระบบจัดการเอกสาร"]
    N1["ระบบแจ้งเตือน SMS / LINE"]
    PAY1["ระบบชำระเงิน"]
    M1["ข้อมูลหลักกลาง"]
    GIS1["ระบบแผนที่ GIS"]
  end

  subgraph I["ชั้นบูรณาการระบบ"]
    ESB1["บริการเชื่อมต่อระบบ"]
    EV1["ระบบส่งเหตุการณ์"]
  end

  subgraph D["ระบบงานหลัก"]
    L1["ใบอนุญาต"]
    T1["ภาษีและค่าธรรมเนียม"]
    PW1["สาธารณูปโภค"]
    SW1["สวัสดิการสังคม"]
    ERP1["การเงิน/บุคคล"]
  end

  G1 --> ESB1
  ESB1 --> L1
  ESB1 --> T1
  ESB1 --> PW1
  ESB1 --> SW1
  ESB1 --> ERP1

จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย

แนวทางที่ทำได้จริง ได้แก่

  • ระบบยืนยันตัวตนสำหรับเจ้าหน้าที่
  • API Gateway สำหรับควบคุมการเชื่อมต่อ
  • ระบบเวิร์กโฟลว์ตามกระบวนงานราชการไทย
  • แบบฟอร์มและหนังสือราชการอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS หรือ LINE OA
  • เริ่มจากบริการที่มีผลกระทบสูง เช่น ใบอนุญาตก่อสร้าง เรื่องร้องเรียน หรือการจัดการขยะ

บทสรุป (มุมมองประเทศไทย)

ความสำเร็จของ GovTech ในระดับจังหวัดและเทศบาลของไทย ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีล้ำสมัย แต่อยู่ที่ ความชัดเจน ความต่อเนื่อง และการควบคุมได้

สถาปัตยกรรมที่ดีช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถ:

  • รักษาเสถียรภาพการให้บริการ
  • เปลี่ยนผู้รับจ้างได้โดยไม่สะดุด
  • เชื่อมต่อกับระบบส่วนกลางได้อย่างเป็นระบบ
  • ผ่านการตรวจสอบได้อย่างมั่นใจ
  • พัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่รื้อระบบเดิม

ความเสถียรที่ประชาชนมองไม่เห็นนี้เอง คือรากฐานของความเชื่อมั่นในรัฐบาลดิจิทัล


Get in Touch with us

Chat with Us on LINE

iiitum1984

Speak to Us or Whatsapp

(+66) 83001 0222

Related Posts

Our Products