การออกแบบการให้บริการดิจิทัลสำหรับหน่วยงานภาครัฐหลายกรม (บริบทประเทศไทย)

การพัฒนาบริการดิจิทัลภาครัฐในประเทศไทย ไม่ใช่แค่การทำเว็บไซต์หรือแอปใหม่ แต่เป็นการออกแบบระบบที่สามารถทำงานข้ามหน่วยงานได้จริง ทั้งในระดับ กระทรวง กรม จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีอำนาจหน้าที่ ระบบเดิม และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

บทความนี้นำเสนอแนวคิดเชิงระบบ (systems thinking) สำหรับการออกแบบ Digital Service Delivery ที่เหมาะกับบริบทภาครัฐไทย โดยเน้นการใช้งานได้จริง มากกว่าการเปลี่ยนเทคโนโลยีตามกระแส


1. ปัญหาหลักของระบบดิจิทัลภาครัฐไทย: แยกส่วนโดยโครงสร้าง

หน่วยงานรัฐไทยส่วนใหญ่พัฒนาระบบตามโครงสร้างราชการ:

  • งบประมาณแยกตามกรม/โครงการ
  • ผู้รับจ้างพัฒนาระบบคนละราย
  • ฐานข้อมูลและมาตรฐานไม่เหมือนกัน
  • ระดับความพร้อมด้านดิจิทัลไม่เท่ากัน

ผลลัพธ์ที่พบได้บ่อย:

  • ประชาชนต้องยื่นข้อมูลซ้ำหลายครั้ง
  • ระบบไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้
  • การเปลี่ยนกฎระเบียบใช้เวลานานกว่าจะสะท้อนในระบบ
  • โครงการนำร่องสำเร็จ แต่ขยายผลไม่ได้

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ระบบสะท้อนโครงสร้างราชการแบบไซโล


2. เปลี่ยนหน่วยออกแบบ: จาก “กรม” เป็น “บริการประชาชน”

หัวใจสำคัญของ GovTech คือการเปลี่ยนคำถาม

ออกแบบจากมุมมองบริการ ไม่ใช่จากโครงสร้างหน่วยงาน

แทนที่จะถามว่า:

  • “กรมนี้ต้องการระบบอะไร”

ให้ถามว่า:

  • “ประชาชนหรือผู้ประกอบการต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง”

ตัวอย่าง: การขอใบอนุญาตประกอบกิจการ

ในบริบทไทย บริการเดียวอาจเกี่ยวข้องกับ:

  • อบต./เทศบาล/อบจ.
  • กรมสรรพากร
  • หน่วยงานสิ่งแวดล้อม
  • หน่วยงานแรงงานหรือสาธารณสุข

แต่สำหรับประชาชน นี่คือ บริการเดียว ไม่ใช่หลายกรม


3. หลักการออกแบบ Digital Service สำหรับภาครัฐไทย

3.1 โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลร่วม (Shared Digital Foundations)

ควรมีบริการกลางที่ทุกหน่วยงานใช้ร่วมกัน เช่น:

  • ระบบยืนยันตัวตน (เชื่อม NDID / Digital ID)
  • ระบบแจ้งเตือน (SMS, Email, LINE OA)
  • ระบบชำระเงิน (e-Payment ภาครัฐ)
  • ระบบเอกสารและลายเซ็นดิจิทัล
  • ระบบบันทึกประวัติและตรวจสอบ (Audit log)

สิ่งเหล่านี้ควรเป็น platform กลาง ไม่ใช่พัฒนาแยกในแต่ละโครงการ


3.2 แยกบทบาทให้ชัด: นโยบาย vs ระบบบริการ

สถาปัตยกรรมที่เหมาะสมควรแยก:

  • กฎ ระเบียบ และเงื่อนไข (เจ้าของคือหน่วยงาน)
  • การประสานงานบริการ (Workflow) ระหว่างหน่วยงาน
  • ระบบปฏิบัติการเดิม (legacy / vendor system)

แนวทางนี้ช่วยให้:

  • หน่วยงานยังควบคุมอำนาจตามกฎหมาย
  • แต่บริการประชาชนทำงานแบบ end-to-end ได้

3.3 เชื่อมระบบก่อน แทนที่จะรื้อทั้งหมด

ในความเป็นจริง ระบบเดิมของรัฐ:

  • มีสัญญาอยู่
  • ไม่สามารถเปลี่ยนทันที
  • บางระบบยังจำเป็น

แนวทางที่เหมาะสม:

  • ใช้ API / Adapter / Message Queue
  • ค่อย ๆ เชื่อมทีละบริการ
  • ยอมรับการอยู่ร่วมกันของระบบเก่าและใหม่

ความคืบหน้าที่ต่อเนื่อง สำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ


3.4 ตัวอย่าง Python Libraries ที่ใช้ได้จริงในโครงการ GovTech ไทย

ชุดเครื่องมือด้านล่างเป็น Python-based stack ที่พบว่าเหมาะกับบริบทภาครัฐไทย ทั้งด้านเสถียรภาพและการดูแลระยะยาว

API และระบบบริการ

  • FastAPI + Uvicorn/Gunicorn
  • Django (เหมาะกับ back-office และ workflow เจ้าหน้าที่)

ข้อมูลและฐานข้อมูล

  • PostgreSQL + psycopg / asyncpg
  • SQLAlchemy + Alembic

การเชื่อมต่อระบบอื่น (Integration)

  • httpx + tenacity (เรียก API หน่วยงานอื่นอย่างทนทาน)
  • Celery + Redis/RabbitMQ (งานเบื้องหลัง)

Workflow ระยะยาว (เหมาะกับบริการข้ามกรม)

  • Temporal Python SDK (ลดปัญหา job ค้าง / ข้อมูลตกหล่น)

ความมั่นคงปลอดภัยและตรวจสอบ

  • Authlib, python-jose, cryptography
  • jsonschema (บังคับมาตรฐานข้อมูล)

การติดตามและตรวจสอบระบบ

  • OpenTelemetry + Prometheus
  • structlog / loguru

ข้อสังเกต: โครงการรัฐที่ล้มเหลวมักไม่ได้ล้มเพราะโค้ด แต่ล้มเพราะไม่มี observability และมาตรฐานข้อมูลร่วม


4. สถาปัตยกรรมอ้างอิง (แนวคิด)

ประชาชน / ผู้ประกอบการ
        |
        v
+---------------------+
| Government Service  |
| Portal (Web/Mobile) |
+---------------------+
        |
        v
+-----------------------------+
| Service Orchestration Layer |
| - Workflow                  |
| - Rules / Policy            |
| - Status Tracking           |
+-----------------------------+
        |
        +-------------+-------------+-------------+
        |             |             |
        v             v             v
+------------+ +--------------+ +---------------+
| กรม A      | | กรม B        | | ระบบภายนอก   |
| (Legacy)   | | (Modern)     | | / Vendor      |
+------------+ +--------------+ +---------------+

แนวคิดสำคัญ:

  • หน่วยงานเชื่อมระบบ ครั้งเดียว
  • บริการสามารถนำไปใช้ซ้ำได้หลายกรณี

5. ธรรมาภิบาล (Governance) สำคัญกว่าการเขียนโค้ด

ระบบจะยั่งยืนได้ ต้องมีการกำหนด:

  • เจ้าของข้อมูล (Data ownership)
  • มาตรฐาน API และข้อมูลกลาง
  • กระบวนการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ
  • งบประมาณสำหรับ platform กลาง

โดยทั่วไปควรมี ทีมดิจิทัลกลางขนาดเล็ก ทำหน้าที่:

  • ออกแบบสถาปัตยกรรม
  • ดูแล platform
  • ควบคุมคุณภาพการเชื่อมระบบ

6. โมเดลการพัฒนาที่เหมาะกับราชการไทย

หลีกเลี่ยงโครงการแบบ Big Bang

แนวทางที่ได้ผล:

  1. เลือกบริการที่ประชาชนใช้บ่อย
  2. เชื่อมเฉพาะระบบที่จำเป็น
  3. เห็นผลภายใน 3–6 เดือน
  4. ใช้ซ้ำกับบริการถัดไป

ความเชื่อมั่นเกิดจาก ผลงานที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่เอกสารยุทธศาสตร์


7. ตัวชี้วัดความสำเร็จที่เหมาะสม

  • จำนวนขั้นตอนที่ลดลง
  • เวลาที่ประชาชนประหยัดได้
  • การใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
  • ค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนที่ลดลง

ระบบที่เปิดใช้งานแล้ว แต่ไม่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ถือว่ายังไม่สำเร็จ


8. บทสรุป

Digital Service Delivery สำหรับภาครัฐไทย เป็นโจทย์ การออกแบบระบบราชการให้ทำงานร่วมกันได้ ไม่ใช่แค่โจทย์ IT

แนวทางที่พิสูจน์แล้ว:

  • คิดจากบริการ ไม่ใช่โครงสร้าง
  • มี platform กลางที่ใช้ร่วมกัน
  • เชื่อมระบบก่อนรื้อระบบ
  • มีกลไกกำกับดูแลที่ชัด แต่ไม่เทอะทะ

เมื่อทำได้ รัฐสามารถให้บริการที่ ต่อเนื่อง เข้าใจง่าย และเป็นมนุษย์มากขึ้น แม้จะมีหลายหน่วยงานอยู่เบื้องหลัง


Get in Touch with us

Chat with Us on LINE

iiitum1984

Speak to Us or Whatsapp

(+66) 83001 0222

Related Posts

Our Products