NSM vs AV vs IPS vs IDS vs EDR: ระบบความปลอดภัยของคุณขาดอะไรอยู่?
หลายองค์กรเชื่อว่าตัวเอง “ปลอดภัยแล้ว” เพราะมี Firewall และ Antivirus ติดตั้งอยู่
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล (Breach) ขึ้นจริง กลับพบว่าเครื่องมือที่มีอยู่ไม่เพียงพอ
สาเหตุหลักคือทีมไอทีจำนวนมากยังไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง NSM, AV, IPS, IDS และ EDR — และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ไม่เข้าใจว่าระบบเหล่านี้ควรทำงานร่วมกันอย่างไร
บทความนี้จะอธิบายแต่ละองค์ประกอบอย่างชัดเจน และแสดงให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมความปลอดภัยยุคใหม่ควรเป็นอย่างไร
ทำไมเครื่องมือเพียงตัวเดียวไม่เพียงพอ
การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมีลักษณะดังนี้:
- ใช้การเข้ารหัส (Encrypted Traffic)
- เป็นแบบ Fileless
- อาศัยพฤติกรรม (Behavior‑based)
- ใช้เทคนิค Living-off-the-land
- ออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยง Signature Detection
ไม่มีเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งสามารถตรวจจับทั้งหมดได้
ความปลอดภัยในปัจจุบันจึงต้องอาศัยแนวคิด Layered Visibility และ Layered Control
มาดูแต่ละชั้นกัน
1. NSM (Network Security Monitoring)
ชั้นของการมองเห็น (Visibility Layer)
NSM คือระบบที่เน้นการวิเคราะห์ทราฟฟิกเครือข่ายเชิงลึก และเก็บข้อมูลระยะยาวเพื่อใช้ในการตรวจจับและสืบสวน
ต่างจาก IPS ตรงที่ NSM ไม่ได้เน้นการบล็อก แต่เน้น การเฝ้าดู บันทึก วิเคราะห์รูปแบบ และสนับสนุนการสืบสวน
เปรียบเทียบง่าย ๆ NSM คือกล้องวงจรปิดของเครือข่ายองค์กร
NSM เก็บข้อมูลอะไรบ้าง
- Full packet capture (PCAP)
- NetFlow / Traffic metadata
- DNS logs
- HTTP logs
- SSL/TLS metadata
- Firewall logs
- IDS alerts
จุดแข็งของ NSM
- ตรวจจับ Lateral Movement ภายในองค์กร
- ตรวจจับ Data Exfiltration
- วิเคราะห์ DNS Tunneling
- สนับสนุน Digital Forensics
- ให้มุมมองย้อนหลัง (Historical Visibility)
หากผู้โจมตีหลุดผ่าน Firewall และ AV ไปได้ NSM มักเป็นระบบที่ช่วยให้รู้ว่า “เกิดอะไรขึ้นจริง”
2. AV (Antivirus)
ชั้นป้องกันพื้นฐานบนเครื่องลูกข่าย
Antivirus ทำงานบน Endpoint เช่น:
- Windows
- macOS
- Linux
- Server
- Workstation
ทำหน้าที่สแกนไฟล์และหน่วยความจำเพื่อหา Malware ที่รู้จักแล้ว (Signature-based)
AV ทำอะไรได้ดี
- ตรวจจับ Malware ที่มี Signature
- หยุด Ransomware พื้นฐาน
- กักกันไฟล์อันตราย
ข้อจำกัดของ AV
- ไม่เก่งกับ Fileless Attack
- ตรวจจับ PowerShell Abuse ได้ยาก
- ไม่เห็น Credential Dumping
- ไม่เหมาะกับ Advanced Persistent Threat
AV จำเป็น แต่ไม่เพียงพอ
3. IPS (Intrusion Prevention System)
ชั้นบล็อกแบบเรียลไทม์
IPS ทำงานแบบ Inline อยู่ในเส้นทางเครือข่าย:
Internet → Firewall → IPS → Internal Network
ตรวจสอบทราฟฟิกแบบเรียลไทม์ และบล็อกกิจกรรมที่เป็นอันตราย
IPS ทำอะไรบ้าง
- บล็อก IP อันตราย
- ป้องกันการโจมตีช่องโหว่
- Drop packet ที่น่าสงสัย
- ป้องกันการติดต่อ C2 (Command & Control)
IPS คือด่านหน้าขององค์กร
แต่ IPS เน้น “ป้องกัน” มากกว่า “สืบสวนเชิงลึก”
4. IDS (Intrusion Detection System)
ชั้นแจ้งเตือน (Alerting Layer)
IDS ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติในเครือข่าย แต่ไม่บล็อก
ทำหน้าที่สร้าง Alert ให้ทีม SOC วิเคราะห์ต่อ
เหมือนระบบสัญญาณกันขโมย
5. EDR (Endpoint Detection & Response)
ชั้นวิเคราะห์พฤติกรรมบนเครื่องลูกข่าย
EDR คือวิวัฒนาการของ Antivirus
แทนที่จะดูแค่ไฟล์ EDR จะดู “พฤติกรรมของกระบวนการ”
EDR ตรวจจับอะไรได้
- การใช้ PowerShell ผิดปกติ
- Credential Dumping
- Process chain ที่ผิดปกติ
- เทคนิค Lateral Movement
EDR สามารถ
- ตรวจจับ
- บล็อก
- สืบสวน
- แยกเครื่องที่ติดเชื้อออกจากเครือข่าย
ถ้า AV คือยามเฝ้าประตู EDR คือพนักงานสืบสวน
ตารางเปรียบเทียบ
| ระบบ | ทำงานที่ | Detect | Block | ความสามารถสืบสวน | จุดโฟกัส |
|---|---|---|---|---|---|
| AV | Endpoint | Yes | Yes | ต่ำ | Malware ที่รู้จัก |
| EDR | Endpoint | Yes | Yes | สูง | Behavior |
| IDS | Network | Yes | No | ปานกลาง | Alert |
| IPS | Network | Yes | Yes | ปานกลาง | Prevention |
| NSM | Network | Yes | โดยปกติไม่ | สูงมาก | Visibility |
| SIEM | Log Layer | Yes | No | Correlation | วิเคราะห์รวมศูนย์ |
สถาปัตยกรรมความปลอดภัยยุคใหม่ทำงานอย่างไร
ระบบที่ครบถ้วนจะมีหลายชั้น:
Endpoints → AV / EDR
Network → IDS / IPS
Traffic Visibility → NSM
Central Log Correlation → SIEM
Automation & Orchestration → SOAR
แต่ละชั้นช่วยปิดจุดอ่อนของอีกชั้นหนึ่ง
System Diagram (ภาพรวมการทำงานร่วมกัน)
flowchart TB
Internet["Internet"] --> FW["Firewall"]
FW --> IPS["IPS (Inline Blocking)"]
IPS --> LAN["Internal Network (LAN)"]
LAN --> EP["Endpoints / Servers"]
EP --> AV["AV (File/Signature Protection)"]
EP --> EDR["EDR (Behavior + Response)"]
LAN --> IDS["IDS (Alerting)"]
LAN --> NSM["NSM (Zeek/PCAP/Flow Visibility)"]
FW --> SIEM["SIEM (Correlation)"]
IPS --> SIEM
IDS --> SIEM
NSM --> SIEM
AV --> SIEM
EDR --> SIEM
SIEM --> SOAR["SOAR (Automation/Orchestration)"]
SOAR --> RESP["Response Actions
- Block IP / isolate host
- Create ticket
- Notify SOC
- Run playbook"]
classDef layer fill:#fff,stroke:#999,stroke-width:1px;
class Internet,FW,IPS,LAN,EP,AV,EDR,IDS,NSM,SIEM,SOAR,RESP layer;
วิธีอ่านไดอะแกรมนี้
- Firewall + IPS คือด่านหน้าป้องกัน
- IDS แจ้งเตือนพฤติกรรมต้องสงสัย
- NSM ให้ภาพเชิงลึกว่าเกิดอะไรขึ้น
- AV + EDR ป้องกันและตรวจสอบที่ระดับเครื่อง
- SIEM ทำหน้าที่เป็นสมองกลางในการ Correlate ข้อมูล
- SOAR ทำให้การตอบสนองเป็นระบบอัตโนมัติ
ระบบเหล่านี้ไม่ใช่ตัวแทนกัน แต่ทำงานเสริมกัน
มุมมองผู้บริหาร: ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
เมื่อมีคนพูดว่า:
"เรามี Firewall กับ Antivirus แล้ว"
คำถามที่ควรถามกลับคือ:
- ใครตรวจจับ Lateral Movement?
- ใครเห็น DNS Tunneling แบบเข้ารหัส?
- ใครสร้าง Timeline ของการโจมตี?
- ใครเชื่อมโยงข้อมูล Endpoint กับ Network?
นี่คือเหตุผลที่ NSM, EDR, SIEM และ Automation มีความสำคัญ
บทสรุป
- AV ป้องกันไฟล์
- EDR ป้องกันพฤติกรรม
- IPS บล็อกภัยคุกคามที่รู้จัก
- IDS แจ้งเตือนพฤติกรรมต้องสงสัย
- NSM ให้การมองเห็นเชิงลึก
- SIEM รวมข้อมูลเป็น Intelligence
ความปลอดภัยยุคใหม่ไม่ใช่เรื่องของเครื่องมือหนึ่งตัว
แต่คือการออกแบบระบบหลายชั้นเพื่อให้มองเห็น ป้องกัน และตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นี่คือรากฐานของ Cyber Resilience ในองค์กรยุคดิจิทัล
Get in Touch with us
Related Posts
- ระบบ Network Security Monitoring (NSM) ผสานพลัง AI
- วิธีสร้างระบบ Enterprise ด้วย Open-Source + AI
- AI จะมาแทนที่บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ในปี 2026 หรือไม่? ความจริงที่ผู้บริหารองค์กรต้องรู้
- วิธีสร้าง Enterprise System ด้วย Open-Source + AI (คู่มือเชิงปฏิบัติ ปี 2026)
- การพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI — สร้างเพื่อธุรกิจ ไม่ใช่แค่เขียนโค้ด
- Agentic Commerce: อนาคตของระบบการสั่งซื้ออัตโนมัติ (คู่มือฉบับสมบูรณ์ ปี 2026)
- วิธีสร้าง Automated Decision Logic ใน SOC ยุคใหม่ (ด้วย Shuffle + SOC Integrator)
- ทำไมเราจึงออกแบบ SOC Integrator แทนการเชื่อมต่อเครื่องมือแบบตรง ๆ (Tool-to-Tool)
- การพัฒนาระบบสถานีชาร์จ EV ด้วย OCPP 1.6 คู่มือสาธิตการใช้งานจริง: Dashboard, API และสถานีชาร์จ EV
- การเปลี่ยนแปลงทักษะของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (2026)
- Retro Tech Revival: จากความคลาสสิกสู่ไอเดียผลิตภัณฑ์ที่สร้างได้จริง
- OffGridOps — ระบบงานภาคสนามแบบออฟไลน์ สำหรับโลกการทำงานจริง
- SmartFarm Lite — แอปบันทึกฟาร์มแบบออฟไลน์ ใช้งานง่าย อยู่ในกระเป๋าคุณ
- การประเมินทิศทางราคาช่วงสั้นด้วย Heuristics และ News Sentiment (Python)
- Rust vs Python: เลือกภาษาให้เหมาะกับระบบในยุค AI และระบบขนาดใหญ่
- ซอฟต์แวร์ช่วยเกษตรกรจันทบุรีฟื้นอำนาจการกำหนดราคาผลไม้อย่างไร
- AI ช่วยค้นหาโอกาสทางการเงินได้อย่างไร
- วิธีใช้งานโมเดล ONNX ใน React Native และ Mobile App Framework อื่น ๆ
- อัลกอริทึมตรวจจับโรคใบพืชทำงานอย่างไร: จากกล้องสู่การตัดสินใจ
- Smart Farming Lite: เกษตรดิจิทัลที่ใช้งานได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งพาเซนเซอร์













