ทำไมเราไม่ได้แค่พัฒนาซอฟต์แวร์ — แต่ทำให้ระบบทำงานได้จริง
ในหลายโครงการ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "ไม่มีซอฟต์แวร์"
แต่คือ ซอฟต์แวร์และระบบต่าง ๆ ทำงานไม่เชื่อมกัน
ข้อมูลคำสั่งซื้อถูกต้องในระบบหนึ่ง แต่ผิดในอีกระบบหนึ่ง
ข้อมูลซ้ำซ้อน ล่าช้า หรือหายไป
สุดท้ายคนทำงานต้องกลับไปพึ่ง Excel, LINE และงานทำมือ
นี่คือจุดที่ "จุดแข็งที่แท้จริง" ของเราอยู่
ซอฟต์แวร์อาจถูกต้อง แต่ธุรกิจยังล้มเหลวได้
ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมากสามารถสร้างซอฟต์แวร์ที่ดีได้
- โค้ดสะอาด
- ใช้เทคโนโลยีทันสมัย
- หน้าตาดี ใช้งานง่าย
แต่ในโลกความเป็นจริงขององค์กรไทย — โดยเฉพาะโรงงาน โรงพยาบาล และหน่วยงานภาครัฐ — ซอฟต์แวร์เพียงตัวเดียวไม่เคยเพียงพอ
ระบบงานขององค์กรไม่ได้มีแอปเดียว แต่เป็น "ห่วงโซ่ของระบบ"
- ERP
- ระบบเดิม (Legacy)
- ระบบบัญชี
- ระบบของคู่ค้าและหน่วยงานภายนอก
- ขั้นตอนอนุมัติและงานทำมือ
- ข้อกำหนดและกฎระเบียบ
หากห่วงโซ่ใดห่วงโซ่หนึ่งขาด ระบบทั้งหมดจะล้มเหลว
ไม่มี System Integrator vs มี System Integrator
❌ ไม่มี System Integrator (โครงการที่เน้นแค่ซอฟต์แวร์)
flowchart LR
U["ผู้ใช้งาน"] --> A1["ระบบ A"]
U --> A2["ระบบ B"]
U --> A3["ระบบ C"]
A1 --> DB1["ฐานข้อมูล A"]
A2 --> DB2["ฐานข้อมูล B"]
A3 --> DB3["ฐานข้อมูล C"]
DB1 -.-> DB2
DB2 -.-> DB3
สิ่งที่มักเกิดขึ้นจริง:
- แต่ละระบบทำงานแยกกัน
- ข้อมูลซ้ำและไม่ตรงกัน
- ต้อง reconcile ข้อมูลด้วย Excel และแชต
- ไม่มีเจ้าของภาพรวมของระบบ
- เมื่อระบบพัง จะไม่รู้ว่าใครต้องรับผิดชอบ
✅ มี System Integrator (ออกแบบระบบแบบ end-to-end)
flowchart LR
U["ผู้ใช้งาน"] --> W["Web / App กลาง"]
W --> INT["Integration & Business Logic Layer"]
INT --> A1["ระบบ A"]
INT --> A2["ระบบ B"]
INT --> A3["ระบบ C"]
A1 --> CORE["แหล่งข้อมูลกลาง (Single Source of Truth)"]
A2 --> CORE
A3 --> CORE
CORE --> REP["รายงาน & Dashboard"]
CORE --> AUDIT["Audit & Traceability"]
INT --> MON["Monitoring & Error Handling"]
INT --> SEC["Security & Access Control"]
สิ่งที่เปลี่ยนไป:
- การไหลของข้อมูลถูกควบคุมจากจุดเดียว
- มีความชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของระบบ
- ลดงานทำมือและความผิดพลาด
- การทำงานคาดการณ์ได้
- ระบบเดิมสามารถพัฒนาต่อได้อย่างปลอดภัย
จุดแข็งของเรา: มองเป็นระบบ + ลงมือทำได้จริง
เราไม่ได้เริ่มจากการเขียนโค้ด
แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจ "ระบบงานจริง"
คำถามที่เราถามเสมอคือ:
- ธุรกิจทำงานจริงอย่างไรในปัจจุบัน
- ข้อมูลเริ่มต้นจากจุดใด
- ข้อมูลถูกแปลงหรือใช้งานต่อที่ไหน
- ใครต้องพึ่งข้อมูลนั้นในขั้นตอนถัดไป
เมื่อระบบชัดเจนแล้ว เราจึงเริ่มพัฒนา
ในทางปฏิบัติ นี่หมายถึง:
- ออกแบบ workflow แบบ end-to-end ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์
- เชื่อมต่อระบบเดิม แทนการรื้อทั้งหมด
- ลดงานทำมือด้วย automation ที่เหมาะสม
- รับผิดชอบเสถียรภาพของระบบ ไม่ใช่แค่ส่งงาน
เชื่อมระบบเดิมกับเทคโนโลยีใหม่อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
หลายองค์กรไม่สามารถ "เขียนใหม่ทั้งหมด" ได้
เรามีความเชี่ยวชาญในการเชื่อมโลกเก่าและโลกใหม่เข้าด้วยกัน:
- ฐานข้อมูลเดิม
- ERP ที่ใช้อยู่แล้ว
- ขั้นตอนอนุมัติแบบ manual
- Web, Mobile และ Automation ชั้นใหม่
เป้าหมายไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบรุนแรง
แต่คือ การพัฒนาอย่างควบคุมได้
Software & Technology Stack ที่เราเชี่ยวชาญ
เรามีความเชี่ยวชาญในหลายภาษาและเทคโนโลยี เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับบริบทของระบบ ไม่ยึดติดกับเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่ง
ภาษาโปรแกรม
- Python – แกนหลักของระบบ integration, automation และ business logic
- JavaScript / TypeScript – web application และ frontend
- SQL – ออกแบบข้อมูลและปรับประสิทธิภาพ
- Shell / Bash – งานระบบและ automation
- ภาษาอื่น ๆ ตามข้อจำกัดของระบบเดิมหรือ vendor
Application & API
- Django – ระบบ backend ระดับองค์กร
- FastAPI – API ประสิทธิภาพสูง
- REST / Webhook สำหรับการเชื่อมต่อระบบ
Data & Integration
- PostgreSQL, Redis และ document-based storage
- เชื่อมต่อ ERP เช่น Odoo
- Workflow orchestration สำหรับกระบวนการที่ยาวและซับซ้อน
- RPA สำหรับระบบที่ไม่มี API
Infrastructure & Security
- Docker และ Linux server
- Monitoring, logging และ alert
- RBAC, audit log และ traceability
เราสร้างระบบสำหรับโลกความจริง ไม่ใช่แค่เดโม
ระบบจริงต้องรองรับ:
- ความล้มเหลวบางส่วน
- ปัญหาเครือข่าย
- ความผิดพลาดจากมนุษย์
- ข้อกำหนดทางกฎหมาย
- การเปลี่ยนแปลงในอนาคต
เราจึงออกแบบระบบให้:
- ดูแลรักษาได้
- ตรวจสอบย้อนหลังได้
- ทำงานได้เสถียรในระยะยาว
สรุป
เราไม่ได้เป็นแค่นักพัฒนาซอฟต์แวร์
แต่เป็น System Integrator ที่ลงมือพัฒนาได้จริง
จุดแข็งของเราไม่ใช่ภาษาโปรแกรมหรือ framework ใด ๆ
แต่คือความสามารถในการ ทำให้ระบบที่ซับซ้อนและกระจัดกระจาย กลายเป็นระบบที่ทำงานได้จริง
Get in Touch with us
Related Posts
- Anti-Patterns ที่การใช้ AI ทำให้ระบบพัง
- ชุด Prompt สำหรับผู้ดูแล Wazuh ที่มีประโยชน์
- เหตุใดการเปลี่ยนระบบ Legacy ทั้งหมดจึงล้มเหลวในภาครัฐ (และอะไรคือทางออกที่ได้ผลจริง)
- Vertical AI Use Cases ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทย “จำเป็นต้องใช้จริง”
- การออกแบบการให้บริการดิจิทัลสำหรับหน่วยงานภาครัฐหลายกรม (บริบทประเทศไทย)
- 7 เหตุผลหลักที่ระบบบริการดิจิทัลภาครัฐล้มเหลวหลังเปิดใช้งานจริง
- สถาปัตยกรรมอ้างอิงสำหรับระบบดิจิทัลระดับจังหวัด / เทศบาล
- สถาปัตยกรรม GovTech เชิงปฏิบัติ: ERP, GIS, ระบบบริการประชาชน และแพลตฟอร์มข้อมูล
- เหตุใดระบบรับมือเหตุฉุกเฉินจึงต้องออกแบบแบบ Offline First (บทเรียนจาก ATAK)
- เหตุใดโครงการซอฟต์แวร์ภาครัฐจึงล้มเหลว — และจะป้องกันได้อย่างไรก่อนเริ่มเขียนโค้ด
- หลัง AI Hype ซาลง: อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป (และทำไมธุรกิจไทยต้องสนใจ)
- ทำไม AI ในธุรกิจรีไซเคิลจึงล้มเหลว หากไม่มี System Integration
- ISA-95 vs RAMI 4.0: โรงงานไทยควรใช้แบบไหน (และทำไมควรใช้ทั้งสอง)
- ทำไม Low-Code ถึงกำลังตกเทรนด์ (และอะไรมาแทนที่)
- ผลิตภัณฑ์ที่ล้มเหลวมากที่สุดในปี 2025 — และเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังความล้มเหลว
- Agentic AI Explained: Manus vs OpenAI vs Google — ทางเลือกที่องค์กรไทยควรรู้
- AI กับการทำ Vertical Integration ของระบบโรงพยาบาล
- AI Accelerators ในระบบ Industrial AI ทำไม Software Framework จึงสำคัญกว่าแค่ชิปประมวลผล
- พัฒนาระบบสำหรับประเทศไทย: เชื่อมต่อ EC–ERP ด้วย AI และ Workflow ที่เชื่อถือได้
- ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ของระบบ ‘อัจฉริยะ’ ที่ทำงานไม่เสถียร













